posted on 08 Oct 2008 15:53 by polriders in sportsman
-๑-
ผมห่างเหินเครื่องชั่งน้ำหนักมานานมากแล้ว
ด้วยเหตุที่แสนจะธรรมดา คือ กลัวรับไม่ได้กับตัวเลขที่ปรากฎบนเครื่องชั่ง
รู้สึกว่า ตอนนี้ตัวเองอ้วนมากๆครับ
-๒-
ความอ้วนคงอยู่คู่ กับมนุษย์เรามานานหลายชั่วคนแล้ว วิธีขจัดมันก็เช่นกัน สองสิ่งนี้มันอยู่ควบคู่กันมา
กินอาหารให้ครบ 5 หมู่
กินอาหารพอประมาณแต่ให้ได้คุณค่าทางอาหารครบ
ไม่กินจุกกินจิก
ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
เรารู้
แต่เราก็รู้สึกว่ามันทำยากเหลือเกิน
ผมก็เช่นกัน
ก่อนที่จะ บิน ข้ามน้ำข้ามทะเล ไปเรียนต่อ ที่กรุงเทพฯ ชีวิตผมแทบจะเรียกได้ว่า อยู่กับการเล่นกีฬา
เช้าวิ่ง
กลางวันแตะบอล เล่น บาส กับเพื่อนที่โรงเรียน
เย็น ก็เล่นบอล
ตกดึกก็เล่นบอล (วินนิ่ง)
วนเวียนอยู่อย่างนี้ 8 วัน ต่อสัปดาห์
แต่พอย้ายไปปักหลักอยู่เมืองหลวง กิจกรรมเหล่านั้น ก็ค่อยๆเงียบหายไป
และกลับกลายเป็น เป็นการ เรียน อ่านหนังสือ เที่ยวเตร่ และ กินหมูกระทะ แทน
เมื่อเวลาพ้นผ่าน ความเคยชินก็เกิดขึ้น ความรู้สึกขี้เกียจใจการออกกำลังกาย ก็ตามมา
และแน่นอน ความอ้วนมันก็มาโดยไม่รู้ตัว เมื่อรู้ตัวก็อ้วนซะแล้ว
ที่สำคัญ เวลาจะ ลด มัน ลด ยากมาก
พอเขาสู่วัยทำงานจึงเริ่มสำนึก
ทุกวันนี้จึงต้องต่อสู้กับความขี้เกียจเพื่อ ออกวิ่งให้ได้ในตอนเช้า อย่างน้อยก็ จะพยายามให้ได้ 3-4 วันต่อ สัปดาห์(ซึ่งที่ผ่านมา กระท่อนกระแท่นมาก) โดยใช้การควบคุมอาหารควบคู่ไปด้วย(ควบคุมนะครับ ไม่ใช่ ลดจำนวนมื้อ)
มีผู้หวังดีหลายๆท่านที่พยายามจะให้ผมใช้ ยา และ อาหารเสริมในการลดความอ้วน ซึ่งก็ต้องขอบคุณ แต่ตอนนี้ ผมยังมั่นใจ กับวิธีของผมอยู่
แม้มันจะใช้เวลามากสักหน่อยก็เถอะ
เพราะความขี้เกี้ยจ มันสู้รบปรบมือด้วยยากจริงๆ
แต่ผมก็ไม่ได้ว่าคนอ้วนนะครับ (เพราะผมก็อ้วน) แค่ก็ยากจะเชิญชวนให้หันมาออกกำลังกายกัน เพื่อสุขภาพที่ดี
มีกีฬามากมายที่คุณสามารถจะจับกลุ่มเล่นกับเพื่อน เช่น ฟุตบอล บาสเก็ตบอล ขี่จักรยานเล่น หรือแม้แต่กระโดดยาง
หรือถ้าไม่มีใครคบ ก็ยังมีกีฬาอีกมากที่คุณสามารถเล่นคนเดียวอยู่กับบ้านได้ เช่น เปิดซีดี เล่นโยคะ-แอร์โรบิค-ไทเก็ก ว่ายน้ำ ทำงานบ้าน หรือแม้แต่ ฝึกกระโดดเตะแบบ จา พนม
แม้การออกกำลังกาย จะไม่ทำให้คุณผอมในพริบตา(ในกรณีที่คุณอยากผอม) แต่ผมรับรองว่า สุขภาพกาย และ ใจของคุณจะดีขึ้นในบัดดล
คอนเฟิร์ม ครับ!!!!!!!!!!!!!!!!!
-๓-
เมื่อสองวันก่อน ผมมีเหตุให้ต้องไปอยู่ใกล้ชิดกับเครื่องชั่งน้ำหนัก
ชั่งใจอยู่นาน จึงตัดสินใจ ขึ้นไป ชั่งร่างกาย
เลขที่แสดงบนเครื่องชั่ง ยังเป็นเลขสองหลัก
โล่งใจไป
ปล.ใครมีวิธีลดความอ้วน เจ๋งๆเขียนมาเล่าสู่กันฟังบ้างนะครับ
'พล
8/10/51
posted on 03 Oct 2008 23:10 by polriders in womanman
พอดีมีเหตุให้ต้องหาข้อมูลบางอย่าง ใน Laptop ของตัวเองเลยไปเจองานเก่าๆที่เคยเขียนไว้ครับอ่านแล้ว ชวนให่คิดถึง ชายหนุ่มคู่นี้ครับ เลยคิดว่า จะนำชายหนุ่มคู่นี้กลับมา โลดแล่น อีกครั้ง
วันนี้เลยลองเอางานนี้ในเวอร์ชั่นที่มีการปรับปรุงนิดหน่อย
มาให้ลองอ่านกัน(อีกครั้ง)ครับ หวังว่าคงจะไม่เป็นการรบกวนเวลามากนัก
ชายหนุ่มวางเป้ใบใหญ่ลงบนเก้าอี้ว่างที่อยู่ข้างๆ ขอนแก่นยามนี้ร้อนชะมัด ยังดีที่บริเวณใกล้ๆกับพระธาตุขามแก่น นี้ มีร้านส้มตำเล็กๆน่ารักๆ ตั้งอยู่
ไม่น่าเชื่อว่าพระธาตุที่สวยงามแบบนี้จะเกิดขึ้นได้เพราะความบังเอิญ
"พี่ แทน มาทำอะไรถึงที่นี่" เสียงหญิงสาวที่ดูเหมือนจะคุ้นหู ทำให้ชายหนุ่มตื่นจากภวังค์
หญิงสาวที่ยืนอยู่เบื้องหน้า คือ อ้อน รุ่นน้องร่วมสถาบันเมื่อครั้งสมัยเรียน
"อ้าว อ้อน บังเอิญจริงๆ" เขาทักกลับพร้อมลุกขึ้น และเชื้อเชิญให้หญิงสาวนั่ง
"พี่แทน ยังไม่บอกอ้อนเลยว่ามาทำอะไรที่นี่"
"พี่มา แรด" เขาตอบตามประสาคนปากเสีย
"พี่นี่แรดไกล เนอะ!"
"ไม่หรอก พอดีพี่ว่าง แล้วรู้สึกว่า พักนี่พูดจาไม่ค่อยเข้าหูใคร ทำอะไรก็ดูเหมือนจะผิดต่อคนรอบข้างไปหมด เลยอยากลองหนีความวุ่นวายเหล่านั้นมาอยู่ในที่ๆไม่มีใครรู้จัก ก็เท่านั้น" ชายหนุ่มตอบกลับพร้อมตัก ข้าวเหนียวใส่ปากคำใหญ่"
"งั้นพี่ก็พลาดแล้วแหละ ที่มาเจออ้อน" หญิงสาวพูดในขณะที่กำลัง ซัดข้าวเหนียวคำโตเข้าปากเช่นกัน
"นั่นซิ งั้นไปซะไกลๆ"
"เฮ้ย ได้ไงพี่ อ้อนถือว่าพี่ซวยเอง" ทั้งคู่ตักซุปหน่อไม้ พร้อมกัน
"ว่าแต่เราเถอะ มาทำอะไรที่นี่ แล้วมากับใคร"
หญิงสาวเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่จะตอบ
"มาคนเดียว พอดีเบื่อๆ เลยอยากมาเที่ยว"
"แล้วทำไมไม่ไปที่อื่น วะ"
"ขอนแก่นของพี่เหรอ?"
ไม่มีคำตอบใดๆจากชายหนุ่ม เขานึกถึงตอนที่ร่วมหัวจมท้าย ทำกิจกรรมของชมรมร่วมกับอ้อนเมื่อครั้งสมัยที่ยังเป็นนักศึกษา ผู้หญิงคนนี้ เก่งและมั่นใจในตัวเองไม่เบา แม้หน้าตาของเธอไม่ได้จัดอยู่ในหมวดดาวคณะ แต่ความร่าเริงสดใส ช่างพูด และทะมัดทะแมง ก็เป็นเสน่ห์ที่ติดตัวเธอมาแต่ไหนแต่ไร
"พี่แทน ว่าคนเราอยู่ในโลกนี้คนเดียวได้ไหม?" อยู่ๆอ้อนก็ถามขึ้น ทำลายความเงียบ
"ไม่ได้" ชายหนุ่มตอบไปตามความคิด
"ทำไม? ทีพี่ยังหนีมาเที่ยวคนเดียวเลย"
"พี่ก็แค่ เหนื่อย"
"พี่แทน อ้างมากกว่า"
"นี่อ้อนจะชวนพี่ทะเลาะ"
"เปล่า เพราะอ้อนก็เป็น"
"เป็นอะไร"
"ผิดหวังจากผู้คนรอบๆข้าง เลยหนีมาเที่ยวในที่ที่ไม่มีใครรู้จักเรา"
"คนรอบข้างที่ว่านี่ ใช่ วิทย์หรือเปล่า?"
เธออ่ำอึ้ง "ค่ะ"
"แล้วหนีพ้นไหม?"
"เพิ่งมาพ้นในวันที่สี่ที่อยู่ที่นี่"
"พ้นจริงหรือเปล่า"
"ค่ะ ผู้ชายหมาๆแบบมัน อ้อนไม่เอามาทำพันธุ์หรอก เพิ่งมารู้ว่า จริงๆแล้วมันก็นักดาบดีๆนี่เอง ฟันไปทั่ว ดีนะ อ้อนมีโล่ เลยไม่ถูกมันฟัน"
"ดีใจด้วย"
"ว่าแต่พี่เหอะ พี่หนีพ้นไหม?"
"หนีใคร"
"ก็คนพวกคนที่พี่หนีมา"
"พี่ไม่ได้หนีพวกเขา แค่อยากมาหาที่เงียบๆอยู่กับตัวเองเท่านั้น"
"แล้วเป็นไง"
"ดี ซิ ได้พูดได้คุยกับตัวเอง ทำให้พี่เข้าใจตัวเอง และมนุษย์ร่วมโลกเยอะเลย"
"แล้วพี่จะทำยังไงต่อไป"
"ก็โยนความยึดติดทิ้งไว้ที่นี่ แล้วก็กลับ"
"แล้วตกลงคนเราอยู่ในโลกคนเดียวได้ไหม?"
"งั้นพี่เปลี่ยนคำตอบใหม่ เป็น ได้ แต่แค่บางเวลา"
"งั้นพี่เป็นแฟนกับอ้อนไหม?"
"ไม่เอาอ่ะ พี่ชอบผู้หญิง"
"นี่พี่ อ้อนก็เป็นผู้หญิงนะ"
"เอ่อ โทษที่ พี่ลืมไป"
"ได้ แต่พี่แทนต้องไถ่โทษเป็นค่าอาหารมื้อนี้"
"เอาซิ สบายมาก"
"งั้นอ้อนไปนะค่ะ ขอบคุณสำหรับความอิ่มใจ และอิ่มกาย"
"เราจะไปไหนต่อ อ้อน"
"ไปแรดค่ะ ไปแรดอีกสักสองสามคืนแล้วค่อยกลับบ้าน"
ชายหนุ่มแยกกับหญิงสาวตรงหน้า พระธาตุขามแก่น พระธาตุที่เกิดขึ้นมาจากความบังเอิญ หากตอนนั้น พระธาตุพนมไม่บังเอิญสร้างเสร็จเสียก่อนที่พระเจ้าโมลียะ
จะนำพระอังคารธาตุ ไปบรรจุ จนทำให้ท่านและคณะต้องเดินทางกลับ จนมาเจอต้นมะขามใหญ่ที่แห้งตาย แล้วกลับฟื้นคืนชีพ ที่กลางทาง จึงเป็นเหตุให้ท่านเกิดความรู้สึกว่าน่าจะสร้างพระธาตุครอบต้นมะขามนี้ไว้ พร้อมกับนำพระอังคารธาตุมาบรรจุไว้ที่พระธาตุแห่งนี้แทน พระธาตุที่สวยงามเช่นนี้คงไม่บังเกิดขึ้น
ชายหนุ่มมองหญิงสาวเดินห่างออกไป ห่างออกไป เขาชักชอบความบังเอิญ ซะแล้วซิ
คนเราอยู่ในโลกนี้คนเดียวได้เป็นบางเวลาเท่านั้นแหละ
"อ้อน อ้อน อ้อน รอพี่ด้วย.........................................."
'พล
ปรับปรุงใหม่
๓/๙/๕๑
ในคืนที่รู้สึกเหงาๆ