ชีวิตวุ่นวายครับ ช่วงนี้

 งาน งาน งาน งาน

 

ย้อนนึกไปสมัยเรียน สิ่งแรกๆที่มุ่งมั่น คือ เรียนให้ จบ แล้วก็ทำงานหาเงิน 

รุ่นพี่ๆหลายคนที่ จบ ไปจนทำงานแล้วมักร้องเตือนอยู่เรื่อยๆว่า "ระวังเหอะทำงานไม่เหมือนเรียน"

ผมได้ยินประโยคพวกนี้จากรุ่นพี่จนชินชา แต่ผมก็ไม่ได้ใส่ใจที่จะหาเหตุผลของความต่างนั้น เพราะมันไม่ออกข้อสอบ

 

จนวันนี้ผมทำงานมาได้จะครึ่งปีแล้ว ผมก็ไม่ได้พยายามที่จะหาเหตุผลว่าทำไม การทำงานถึงต่างจากการศีกษาเล่าเรียน

 

หรืออาจเป็นเพราะผมคิดว่ามันไม่ต่าง มีประโยคหนึ่งที่ผมเคยเขียนไว้ในหนังสือ ที่ใช้แจกวันรับน้องใหม่ของมหาวิทยาลัยที่ผมจบมา ผมยังจำได้รางๆว่าผมเขียนไว้ประมาณว่า

 

"ถึงแม้วันนี้ผมจะเรียนจบและทำงานแล้ว แต่ผมก็ยังคิดเสมอว่าตัวเองเป็นนักเรียนอยู่ เพราะการทำงานก็คือการเรียนรู้อย่างหนึ่ง ถ้าทำงานโดยขาดการเรียนรู้ งานที่ออกมาก็จะเหมือน การเดินย่ำอยู่กับที่" (เหมือนจะเขียนดีกว่าตอนที่เขียนไว้ในหนังสือ แฮะ)

 

สำหรับผมการเรียนรู้คือสิ่งที่ไม่ควรหยุดทำ ตราบเท่าที่ลมหายใจยังมีอยู่

 

ขอตัวไปเคลียร์งานก่อนนะฮ่ะ

 

ด้วยมิตรภาพ

หลายวันก่อนผมนั่งดูรายการกีฬารายการหนึ่งทางช่อง True Sport 1 พิธีกรภาคสนาม(น่ารักมาก)ของรายการนี้ เดินทางไปสัมภาษณ์ ดาราสาววัยรุ่นคนนึง ว่า เธอเชียร์ทีมฟุตบอลทีมอะไร

คำตอบของดาราสาวคนนั้นคือ เชลซี ซึ่งก็ไม่มีอะไรน่าแปลกเพราะการที่เราจะเชียร์ทีมฟุตบอลสักทีม ย่อมทำได้ภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งสยามประเทศอยู่แล้ว

แต่ที่มัน จี๊ดหัวใจของผมคือตรงนี้ครับ

พิธีกรสาวภาคสนามถามเธอว่า "มีเหตุผลอะไรค่ะถึงชอบทีมเชลซี" ดาราสาวสวยคนนั้นตอบด้วยสีหน้ามาดมั่นว่า

"เบื่อแมนฯยูฯค่ะ มีแต่คนเชียร์"

จี๊ดครับท่านผู้อ่าน จี๊ดครับ

โดยเฉพาะผมคนนึงแหละที่เป็นแฟนทีม ปีศาจแดงตัวยง



วันนี้ขออนุญาต ระบายถึงความน้อยเนื้อต่ำใจของการเชียร์ทีมดังหน่อยครับ

ย้อนกลับไปราวปี 1994 ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ผมดูฟุตบอลใหม่ๆ(ก่อนหน้านั้นเบื่อมาก เพราะมีฟุตบอลถ่ายทอดสดที่ไร ผมมักจะถูกพ่อแย่งดูการ์ตูน) วันนั้นพ่อชวนดู การแข่งขันแชร์ริตี้ชิวส์(ซึ่งตอนนี้เป็นชื่อเป็นคอมมิวนิตี้ ชิวส์แล้ว) ระหว่าง แบล็คเบริน โรเวอร์ กับ แมนเชลเตอร์ ยูไนเต็ด ครั้งนั้นเป็นครั้งแรกที่ผมเห็นแมนฯยูฯเล่นแบบเต็มๆเกมส์ ผมรู้สึกได้ทันทีว่า ทีมนี้มัน ยอดทีมชัดๆ โดยที่ไม่รู้เลยว่า ทีมนี้มันดังหรือไม่ดัง(ซึ่งในตอนนั้นแมนฯยูฯ ก็ไม่ได้ถือว่าเป็นทีมที่ดังมากมายอะไร) จากวันนั้น ผมก็เทใจให้ทีมนี้เรื่อยมา แม้แต่ในช่วงที่แมฯยูฯล้มลุกคลุกคลาน ผมคิดเสมอว่า ต่อให้ตกชั้นไปอยู่ ลีกทู ก็ยังเชียร์ทีมนี้อยู่เหมือนเดิม

แต่หลายๆคนก็มักจะมองว่า
การเชียร์แมฯยูฯมันดูเหมือนเป็นแฟชั่น หรือกระแส มากกว่า จะเป็นการเชียร์ด้วยใจ

หลายๆคนจึงหันไปเชียร์ทีมอื่นด้วยเหตุผลนี้(แต่ก็มีอีกหลายท่านนะครับ ที่เชียร์ทีมอื่นๆด้วยใจจริงๆ)


และด้วยเหตุผลนี้อีกเช่นกัน แมนฯยูฯของผม จึงถูกจับตาดูเป็นพิเศษ

ผมเคยถามเพื่อนผมคนนึงว่า "มรึงเชียร์ทีมอะไร" มันตอบมาหน้าตาเฉยว่า "กรูเชียร์ทุกทีมที่แข่งกับแมฯยูฯ" ดู ดู๊ ดู ดู มันทำ


นี่แหละครับ มันคือความน้อยเนื้อต่ำใจเล็กๆของคนที่เชียร์ทีมดัง อาจไม่เฉพาะแมนฯยูฯนะครับ หลายคนที่เชียร์ เชลซี ลิเวอร์พลู อาร์เซนอล รีล มาดริด เทโรศาสน ด้วยใจแล้วถูกมองว่าเชียร์เพราะทีมมันดัง ก็มีออกมากมาย

วันนั้นผมแอบนึกในใจแบบขำขำว่าถ้ามีโอกาสกระซิบถามเบาๆที่ข้างหูของน้องดาราที่เชียร์เชลซี คนนั้น ผมคงจะถามว่า "น้องครับ ที่น้องเชียร์เชลซีเนี่ย น้องรู้จักนักเตะคนไหนในทีมนี้บ้างหรือเปล่า"

หรือบางที่ผมอาจถามไปเลยว่า

"น้องครับ น้องดูบอลเป็นหรือเปล่า"


แฟชั่น นะ แฟชั่น





'พล
25/06/51

edit @ 25 Jun 2008 00:48:47 by 'พล

วันนี้ขอเกาะกระแสละครไทยอย่างอเวจีสีชมพู สักหน่อยนะครับ จริงๆก็ไม่ได้นิยมชมชอบในการดูละครสักเท่าไร แต่พอดีละครเรื่องนี้มีฉากหนึ่งที่น่าสนใจ

ฉากที่ว่าคือ ปัท ซึ่งนอนอยู่บนเตียงในโรงพยาบาลด้วยอาการโคม่า ต้องการเห็น ตุ่มลูกสาวคนเดียวของตัวเอง แต่งงานกับ โป๊ะ น้องชายต่างบิดา มารดาของเธอ เพื่อปกป้อง ลูกสาวและสมบัติของตัวเอง จากผู้ไม่หวังดีที่มีอยู่รอบตัว สิ่งที่น่าสนใจมันอยู่ตรงนี้ครับ

หนูตุ่ม มีอายุเพียง 17 ปีเท่านั้น ซึ่งก็หมายความว่า ยังไม่บรรลุนิติภาวะ เอ! แล้วอย่างนี้น้าโป๊ะของหนูตุ่ม จะเข้าข่ายพรากผู้เยาว์ไหมนะ ?

ก่อนอื่นเราต้องมาดูก่อนครับว่า ตามกฎหมายแล้วผู้เยาว์คือใคร ง่ายๆครับ ผู้เยาว์ก็คือเด็ก เด็กที่ยังอายุไม่ครบ 20 ปีบริบูรณ์ นับตั้งแต่ลืมตามาดูโลกแล้วมีชีวิต อยู่ได้จนถึง 19 ปี 11 เดือน 29 (หรืออาจจะ 30) วันนั่นแหละครับ

แล้วคนเราจะพ้นจากการเป็นผู้เยาว์ได้อย่างไร อันนี้ไม่ยากครับ กฎหมายเขาว่าไว้ว่า การจะพ้นจากผู้เยาว์นั้นมี 2 วีธีคือ 1 อายุครบยี่สิบปี หรือ 2 แต่งงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

แล้วอย่างนี้หนูตุ่มซึ่งมีอายุเพียง 17 นั้น จะแต่งงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายได้หรือไม่ น่าคิดครับน่าคิด

คำตอบคือได้ครับ แต่ต้องเป็นไปตามข้อกฎหมาย แล้วข้อกฎหมายนี่เขาบังคับไว้ว่าอย่างไรล่ะเราลองมาดูกันเป็นข้อๆนะครับ

กฎหมายได้บัญญัติไว้ว่าการสมรสจะสมบูรณ์ตามกฎหมายนั้น ต้องประกอบไปด้วย

ชายและหญิงต้องมีอายุตั้งแต่สิบเจ็ดปีบริบูรณ์
-ว่ากันที่น้าโป๊ะก่อน ดูจากหน้าตาและรอยตีนกานั้น น้าโป๊ะ ไม่มีทางที่จะอายุน้อยกว่า 17 ปีแน่ๆ (น้อยกว่า 25 ยังดูเชื่อถือยากเลย) ส่วน หนูตุ่ม ตามท้องเรื่องก็บอกไว้แล้วว่าอายุ 17 ซึ่งแม้จะยังไม่บรรลุนิติภาวะ แต่ก็อยู่เกณฑ์ที่กฎหมายยอมให้ ข้อนี้ถือว่าผ่าน

ชายหรือหญิงไม่เป็นบุคคลวิกลจริต หรือเป็นบุคคลไร้ความสามรถ
- ว่ากันง่ายๆก็คือ คู่สมรสต้องไม่บ้า หรือขี้เหล้าเมายา เมาหัวราน้ำจนแม้แต่ตัวเองก็ดูแลไม่ไหว แม้จะวัดกันอยากสักหน่อย แต่ดูแล้วทั้ง น้าโป๊ะ และ หนูตุ่ม ก็คงไม่เข้าข่ายนั้น ข้อนี้ถือว่าผ่าน

ชายหญิงต้องไม่เป็นญาติพี่น้องที่มีสายเลือดเดียวกัน
-ในเรื่องน้าโป๊ะ แม้จะเป็นน้องชายของ ปัท ซึ่งเป็นแม่ของหนูตุ่ม แต่ทั้งคู่ก็ไม่ได้มีพ่อแม่คนเดียวกัน ข้อนี้จึงถือว่าผ่าน

ผู้รับบุตรบุญธรรมจะสมรสกับบุตรบุญธรรมไม่ได้
- ข้อนี้ ผ่านฉลุยครับ เพราะในท้องเรื่องไม่มีให้เห็นแต่อย่างใดว่า น้าโป๊ะหรือหนูตุ่มรับ บุตรบุญธรรม ทั้งคู่อาจจะคิดว่าเอาตัวเองให้รอดก่อนดีกว่า


ชายหรือหญิงมิได้เป็นคู่สมรสของบุคคลอื่น
- ผ่านฉลุยเช่นกันครับ เพราะทั้งสองไม่ได้แต่งงานกับใครมาก่อน(เท่าที่ผมรู้นะ)

ชายหรือหญิงต้องได้รับความยินยอมจากบิดามารดา
-ในเรื่องเขาเซ็นยินยอมกันเรียบร้อย แม้คุณตาของหนูตุ่ม จะต้องถึงขัดบังคับขู่เข็นก็เถอะ

และที่สำคัญ ชายและหญิงต้องแสดงการยินยอมเป็นสามีภรรยากันต่อโดยเปิดเผยต่อหน้านายทะเบียน
-ตามท้องเรื่องแล้ว นายทะเบียน เดินทางมาบริการ น้าโป๊ะ และหนู ตุ่ม ถึงที่ ข้อนี้ก็ถือว่าผ่านไปได้โดยสวัสดิภาพ

กล่าวโดยสรุปว่า การแต่งงานของทั้งคู่เป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยที่แฟนละครทุกท่านสบายใจได้ เพราะน้าโป๊ะ ไม่ได้เข้าข่ายพรากผู้เยาว์ อย่างที่หลายๆคนสงสัยแน่นอน
(ถึงแม้ว่าผมจะไม่ค่อยพอใจที่มายุ่งกับ หนูตุ่มของผมก็เถอะ)

ซึ่งถ้าผู้เยาว์ที่บรรลุนิติภาวะแล้วก็สามารถทำนิติกรรมได้เองโดยไม่ต้องมีผู้แทน(อันนี้ตามกฎหมายนะครับ ส่วนตามละครนั้นก็ว่ากันไปตามท้องเรื่อง)

จากนี้ไป อเวจีสีชมพู จะดำเนินต่อไปย่างไรนั้น น้าโป๊ะกับหนูตุ่มจะลงเอยกันในที่สุดหรือไม่ อันนี้ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันนะครับ เพราะ ผมเองก็ไม่ใช่คอละครสักเท่าไร จะให้มาเกาะติด ติดตาม กันแบบอาทิตย์ต่ออาทิตย์ก็คงไม่ไหว





ว่าแต่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ทำไม่ น้าโป๊ะ กับหนูตุ่ม ถึงเล่นตัวกันเป็นบ้าเลย รักเขาก็บอกไปซิ ส่วนตาว่าที่หมอนั่นก็ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย ผู้หญิงเขาไม่ชอบ ยังเข้าใจไปเองอยู่ได้ รู้ตัวบ้างไหม อะไรเนี่ย .................................................





เอ่ออ! ขออภัยครับพอดี ผมอินไปนิดส์


'พล
13/06/51






งานชิ้นนี้ถือเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้กันนะครับ หากมีข้อผิดพลาดประการใดก็เชิญแนะนำชี้แนะเข้ามาได้เต็มที่นะครับ
ด้วยมิตรภาพ